“ร้อน ร้อน ร้อน” สำหรับนาทีคงหนีไม่พ้นคำนี้ ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็จะเจอแต่คนบ่นว่า ร้อน เนื่องจากแดดประเทศไทยที่กำลังแรงมากๆในตอนนี้ ซึ่งอาจทำให้เรารู้สึก เหนียวตัวและหงุดหงิด วันนี้เราขอแนะนำผลไม้คลายร้อนที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา รู้แล้วไปหาซื้อกินกันเลยค้า

1. ว่านหางจระเข้

ดีต่อสุขภาพผิวของคุณ เนื่องจากว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการรักษาและให้ความชุ่มชื้น รวมถึงอุดมไปด้วยวิตามินบี ซี และอี บวกกับเอนไซม์ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและฟื้นฟูสภาพเนื้อเยื่อให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีกรดโฟลิกซึ่งเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถบรรเทาอาการตับอ่อนอักเสบได้ ที่สำคัญว่านหางจระเข้ยังมีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ อีกทั้งช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารด้วย

2. แอปเปิ้ล

ขึ้นชื่อในเรื่องการรักษาอาการท้องผูกและมีเพคทินซึ่งช่วยยับยั้งและกำจัดสารพิษในลำไส้ระหว่างการย่อยอาหาร อีกทั้งยังดีต่อตับเนื่องจากมีกรดมาลิคที่สามารถสลายนิ่วในถุงน้ำดี แอปเปิ้ลมีทั้งวิตามินเอและซี โปแทสเซียม แคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัส ผลวิจัยเผยว่าการรับประทานแอปเปิ้ลจะช่วยบำรุงสมองและลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง

3. บีทรูท

ขึ้นชื่อในเรื่องการทำความสะอาดเลือดและตับส่งผลให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังมีไนตริกออกไซด์ซึ่งจะช่วยขยายหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และรักษาระดับความดัน บีทรูทอุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์ซึ่งมีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระ ประกอบไปด้วยบีเทนซึ่งกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำดีช่วยในการย่อยอาหาร แถมยังช่วยปกป้องอวัยวะภายในและป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ ที่สำคัญบีทรูทมีวิตามินเอ บี1 บี2 บี6 และซีสูงมาก

4. แครอท

มีเบต้าแคโรทีนสูงซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์และชะลอกระบวนการแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีสูงซึ่งช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและโปแทสเซียม ทั้งนี้แครอทยังขึ้นชื่อในเรื่องการขับกรดยูริคและสารพิษที่อยู่ในไตด้วย การวิจัยเผยว่าแครอทถูกจัดอยู่ในกลุ่มผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด

5. มะพร้าว

มีไขมันดีซึ่งดีต่อต่อมไทรอยด์ น้ำมะพร้าวคือส่วนผสมที่ได้รับความนิยมสูงในสูตรน้ำผลไม้จำนวนมากและขึ้นชื่อในเรื่องสรรพคุณให้ความชุ่มชื้นเนื่องจากอุดมไปด้วยโปแทสเซียมและอิเล็กโทรไลต์ นอกจากนี้มีปริมาณน้ำตาลต่ำกว่าน้ำอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ และน้ำผลไม้บางชนิด แถมเนื้อมะพร้าวยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยเนื่องจากมีกรดไขมันที่ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับคลอเลสเตอรอลและมีกากใยที่ช่วยในเรื่องการย่อยอาหาร

6. มะเขือเทศ

อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและไลโคปีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยในการทำงานของสมองและป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี บี6 และเค ไนอาซิน โปแทสเซียม ไบโอติน ฟอสฟอรัส แคลเซียม สังกะสี เหล็ก และเซเลเนียม รวมถึงกรดอินทรีย์ต่างๆ เช่น ซิตริกและมาลิค การศึกษาพบว่าไลโคปีนจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและโรคมะเร็งบางชนิด นอกจากนี้ยังมีส่วนเชื่อมโยงกับน้ำหนักตัว ไขมันในร่างกาย ดัชนีมวลกาย และคลอเรสเตอรอลด้วย

7. คื่นช่าย

อุดมไปด้วยลูทีโอลินซึ่งเสริมสร้างการทำงานของสมองและบรรเทาอาการอักเสบ นอกจากนี้ใบคื่นช่ายยังเป็นแหล่งวิตามินเอชั้นเยี่ยม ขณะที่ก้านคื่นช่ายมีทั้งวิตามินบี1 บี2 บี6 และซี รวมถึงโซเดียม เหล็ก โปแทสเซียม แคลเซียม โฟเลต แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และกรดอะมิโนที่จำเป็น

8. แตงกวา

เป็นผลไม้อีกชนิดที่ขึ้นชื่อในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นเนื่องจากมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากกว่าร้อยละ 90 ทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดีแถมยังมีฤทธิ์เย็นตามธรรมชาติและช่วยลดอาการอักเสบ นอกจากนี้ยังเสริมสร้างระบบย่อยอาหารเนื่องจากอุดมไปด้วยน้ำและกากใยอาหาร

9. ขิง

ขึ้นชื่อในเรื่องสรรพคุณทางยา นิยมนำมาใช้เมื่อคุณมีอาการคลื่นเหียนหรือท้องไส้ปั่นป่วน ขิงจะช่วยในเรื่องการย่อยอาหาร ปกป้องตับ ช่วยสร้างความอบอุ่น กระตุ้นการไหลเวียน บรรเทาอาการอักเสบ ลดภาวะเลือดคั่งในปอด และดีต่อต่อมไทรอยด์ ที่สำคัญขิงมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า 12 ชนิด

10. มะนาว

อุดมไปด้วยวิตามินซีและบี โฟเลต ฟลาโวนอยด์ และไลโมนีนซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีช่วยต่อต้านมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการรักษาต่อมไทรอยด์ มีฤทธิ์เป็นด่างในกระเพาะอาหารและช่วยในเรื่องการย่อยอาหาร

ขอบคุณรูปภาพจาก : slimyfruit.wordpress.com