“เซลฟี่” คำที่หลายๆคนคุ้นเคยและมักทำเป็นประจำ  จะฮิตกันมากในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเซลฟี่เพื่ออัพลงโซเชียล เช่น facebook , Instagram และสื่ออื่นๆ เพื่อจะโชว์ให้เพื่อนๆเห็นใบหน้าอันสวยงาม หรือแสดงอารมณ์ต่างๆ

เซลฟี่(Selfie) อะไรคือ

ถึงตอนนี้ หากใครยังไม่รู้จักเซลฟี่ก็คงต้องทำความรู้จักเสียหน่อยแล้ว เพราะขนาดผู้นำสหรัฐฯ อย่างโอบามาก็ยังขออินกระแสเซลฟี่ไปกับเขาด้วย แถมดิกชันนารีอย่างออกซฟอร์ดก็ยังโหวตให้คำนี้เป็นคำศัพท์แห่งปี 2013 เลยทีเดียว!

“Selfie” (อ่านออกเสียงว่า เซล – ฟี่) เป็นคำศัพท์ใหม่ซึ่งหมายถึง การถ่ายรูปตัวเองด้วยตัวเอง โดยผู้ถ่ายถือกล้องหันหน้าเข้าหาตัวเองในระยะช่วงแขน หรือถ่ายภาพตัวเองจากในกระจก

การถ่ายภาพตัวเองเช่นนี้มีมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว แต่คำว่า “เซลฟี่” นี้เพิ่งมาฮิตใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคนี้ และคนแรกที่ติดแท็กคำว่า “Selfie” คือ เจนนิเฟอร์ ลี ที่โพสต์รูปตัวเธอเองลงอินสตาแกรมในปี 2011

ทำไมต้อง “เซลฟี่”

นักจิตวิทยาพบว่า เซลฟี่ช่วยเติมเต็มความต้องการของคนบางกลุ่มซึ่งต้องการให้คนอื่นเห็นตัวตนของเขาในแบบที่เขาต้องการ ด้วยเหตุนี้ คนกลุ่มนี้จึงชอบรูปตัวเองที่ถ่ายด้วยตัวเองมากกว่ารูปที่ผู้อื่นถ่ายให้ นั่นเพราะเขาสามารถควบคุมมุมกล้อง สีหน้า และอารมณ์ของตัวเองในภาพถ่ายให้ออกมาได้ตรงใจ

นอกจากนี้ สังคมโลกออนไลน์ก็มีผู้คนที่หลากหลาย รวมถึงคนที่ไม่เคยรู้จักกันในโลกความเป็นจริง ผู้เล่นบางกลุ่มต้องการสร้างภาพของตัวเองให้ดูดีในสายตาของคนเหล่านั้น และบางคนก็ปล่อยให้คอมเมนต์และจำนวนไลค์ที่ได้จากคนดูในโซเซียลเน็ตเวิร์คมีอิทธิพลต่อตัวตนของเขาที่แสดงออกมาด้วย เช่น บางคนจริงจังกับการแต่งรูปถ่ายตนเองมาก เพื่อให้ได้รับความชื่นชอบจากเพื่อนในโซเซียลเน็ตเวิร์ค

อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยาก็ยอมรับว่า ภาพเซลฟี่ส่วนใหญ่ดูมีแอ๊คชั่น ทำให้คนในรูปดูน่าดึงดูดใจมากกว่าภาพนิ่งธรรมดาที่ดูเหมือนภาพถ่ายติดบัตร!

 คำเตือน! อย่าเผลอสนุกจนเป็นเรื่อง (ละกัน!)

ดูเผินๆ แล้วเซลฟี่ดูจะเป็นเรื่องเล่นสนุก ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร…แต่เชื่อหรือไม่! นักสุขภาพจิตหลายคนออกมาเตือนให้ระวังอาการติดเซลฟี่ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต!

ไม่นานมานี้ แดนนี่ โบว์แมน (Danny Bowman) หนุ่มวัยรุ่นอายุ 19 ปี ชาวอังกฤษ สารภาพว่า ในวันหนึ่งเขาใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง ถ่ายรูปตัวเองกว่า 200 รูป และควบคุมน้ำหนักอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ภาพที่พอใจมาโพสต์ลงในโซเซียลเน็ตเวิร์ค แต่พอไม่ได้ภาพที่พอใจ เขาก็รู้สึกเครียดและผิดหวังมากจนกินยายฆ่าตัวตาย แต่ยังโชคดีที่แม่ของเขาช่วยนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน!

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดขึ้น เพราะสถิติพบว่า คนไข้ที่มีอาการติดเซลฟี่ถึงขั้นป่วยทางจิตในประเทศอังกฤษมีมากถึง 100 รายต่อปีเลยทีเดียว!

สำหรับทางแก้อาการติดเซลฟี่นั้น แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้คำแนะนำว่า ควรจำกัดเวลาในการเข้าโซเซียลเน็ตเวิร์ค ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในโลกของความเป็นจริง หากิจกรรมยามว่างอย่างอื่นทำ ไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ยอมรับในความหลากหลาย รวมถึงเข้าใจว่าบางครั้งเราอาจไม่ได้ถ่ายภาพที่พอใจ พยายามอดทนจนผ่านไปให้ได้ เนื่องจากอาการติดเซลฟี่ส่งผลให้ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองอีกด้วย!

รู้เช่นนี้แล้ว ใครที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มติดเซลฟี่ ก็ต้องระวังอย่าให้ตัวตนออนไลน์มาทำร้ายตัวตนในโลกความเป็นจริงได้ก็แล้วกัน!

 

ขอบคุณรูปภาพจาก : herbeauty.co